 |
กวาวเครือ กับมะเร็ง
นพ.ธีรวุฒิ คูหะเปรม ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เปิดเผยว่า สถาบันมะเร็งแห่งชาติและชมรมโรคเต้านม(ประเทศไทย) ได้จัดกิจกรรมบรรยายพิเศษ หัวข้อเรื่อง รู้ทันมะเร็งเต้านม
โรคมะเร็งเต้านมที่พบในประเทศไทยนั้น มะเร็งเต้านมจัดเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับที่สองในผู้หญิงไทย รองจากมะเร็งปากมดลูก และมีแนวโน้มที่สูงขึ้นทุกปีและมีโอกาสที่จะพบได้สูงกว่ามะเร็งปากมดลูกในระยะเวลาอันใกล้นี้ โดยพบได้ประมาณ 17.2 ต่อประชากร 100,000 ราย และในกรุงเทพฯจะพบได้มากกว่าค่าเฉลี่ยโดยพบได้ประมาณ 25.4 ต่อประชากร 100,000 ราย และพบมากในช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป คือจาก 19 ต่อประชากร 100,000 ราย ที่อายุ 35 ปี เป็น 32.1 ต่อประชากร 100,000 ราย เมื่ออายุ 40 ปี และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุ
ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของมะเร็งเต้านมได้แก่ การมีประจำเดือนครั้งแรกเมื่ออายุยังน้อย การหมดประจำเดือนช้า ไม่มีลูกหรือมีลูกคนแรกอายุเกิน 30 ปี หรือมีประวัติครอบครัวมีเนื้อเยื่อเต้านมที่ผิดปกติ การรับประทานอาหารที่มีไขมันมาก การดื่มเหล้า
น.พ.นพวัชร์ สมานคติวัฒน์ กลุ่มงานศัลยกรรม ร.พ.ราชบุรี บอกว่าปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้พบเพียง 25% ของผู้ป่วย ขณะที่ 3 ใน 4 ของผู้ป่วยที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยง กล่าวคือผู้หญิงทุกคนล้วนเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมได้
ในหญิงที่มีฮอร์โมนเพศมาก PHYTOESTROGEN จะเข้าไปช่วยจับกับตัวรับของเซลล์ ทำให้ ESTROGEN ทำงานน้อยลงซึ่งเป็นผลดีเพราะ ESTROGEN เป็นสารสเตียรอยด์ ถ้ามีมากเกินไปจะกระตุ้นเซลล์แบ่งตัวผิดปกติ อันเป็นสาเหตุของมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก PHYTOESTROGEN ไม่ใช่สเตียรอยด์จึงทำหน้าที่เป็น ANTI-OXIDANT ป้องกันมะเร็งในระยะยาว และผลจากทางร่างกายที่ได้คือ ทรวดทรงที่กระชับ และอยู่ในภาวะที่สมดุลย์
PHYTOESTROGEN เป็นสารธรรมชาติที่สกัดจากรากสะสมอาหารของพืชในตระกูลกวาวเครือ ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษ คือ มีโครงสร้าง และทำหน้าที่คล้ายฮอร์โมนเพศหญิง (ESTROGEN) ซึ่งจะแสดงผลเมื่อจับกับตัวรับเซลล์
- ในหญิงที่มีฮอร์โมน ESTROGEN จะจับตัวรับของเซลล์ (RECEPTOR) ได้ไม่หมด PHYTROESTROGEN จะทำหน้าที่จับตัวรับของเซลล์แทน ESTROGEN ทำให้ร่างกายแสดงผลฮอร์โมนเพศได้มากขึ้น นั่นคือทรวงอกที่เพิ่มขึ้น ผิวพรรณดีขึ้นและผมนุ่มสลวย ซึ่งเมื่อได้รับกวาวเครือในปริมาณที่เหมาะสม จะส่งผลต่อร่างกายเช่นเดียวกับการได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจน
-เมื่อร่างกายได้รับปริมาณฮอร์โมนเพิ่มมากขึ้น จะส่งผลให้เกิดการเพิ่มของเส้นใย คลอลาเจน (Collagen) และไขมันใต้ชั้นผิวหนังทำให้ผิวพรรณในบริเวณใบหน้าและร่างกายเกิดความเปล่ง ปลั่ง เนียนนุ่ม ผ่องใส มีน้ำมีนวล นอกจากนั้นยังสามารถช่วยลดความมันบนใบหน้า รวมทั้งช่วยลดการเกิดสิว ฝ้า กระ อันเป็นผลมาจากฮอร์โมนที่เพิ่มมากขึ้น
-สารใน กวาวเครือขาวมีฤทธิ์เป็นเอสโตรเจน จะทำให้เกิดการพัฒนาของท่อน้ำนมในทรวงอก (Ductal mamogen) ให้แตกตัวและขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ทรวงอกสามารถเพิ่มขนาด และทำให้กระชับเต่งตึงขึ้น
แหล่งข้อมูล
1.ความรู้ทางวิชาการโดย นพ.มรว.ทองทิศ ทองใหญ่ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินารีเวช
2.หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ประจำวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2544
3. http://www.pharm.chula.ac.th/
4.งานบรรยาย รู้ทันมะเร็งเต้านม ในวันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม 2550 ณ โรงแรม เรดิสัน
5. http://www.saownoipapang.com/
|
|
|